Home   Profile  Blog   Photos   Multi Media
Profile
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ อคส.
View Profile

Photos
เสียสละความสุขกาย ได้ความสุขใจ 3 เมษายน 2553


Blog
มิถุนายน, 2553
วารสารเพื่อสมาชิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ อคส.
Rating: 59%

ฉบับปฐมฤกษ์ มิถุนายน 2553

 
28/06/2010 | เพิ่มความคิดเห็น | อ่านความคิดเห็น (11388)

เมษายน, 2553
ประกาศสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การคลังสินค้า
Rating: 0%

เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร 

 
28/04/2010 | เพิ่มความคิดเห็น | อ่านความคิดเห็น (145)

เมษายน, 2553
ประกาศสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การคลังสินค้า
Rating: 46%

เรื่อง แต่งตั้งกรรมการกิจการสัมพันธ์ฝ่ายลูกจ้าง

 
28/04/2010 | เพิ่มความคิดเห็น | อ่านความคิดเห็น (4743)

มกราคม, 2553
แจ้งเปลี่ยนโลโก้สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การคลังสินค้า (สร.อคส.)
Rating: 60%


 


 

 
19/01/2010 | เพิ่มความคิดเห็น | อ่านความคิดเห็น (5)

กันยายน, 2552
แนะนำวารสาร อคส.
Rating: 70%

วารสารข่าว อคส. สวัสดี ฉบับที่ 1 เดือน สิงหาคม 2551

 
07/09/2009 | เพิ่มความคิดเห็น | อ่านความคิดเห็น (45)

กันยายน, 2552
รายชื่อคณะกรรมการ
Rating: 43%




สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การคลังสินค้า (สร. อคส.)
Public Warehouse Organization State Enterprise Employee Union(PWO.SEU)
๔๔/๑๐๐ หมู่ ๑ ถนนนนทบุรี ๑ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐
โทร. ๐-๒๕๐๗-๕๑๐๕ โทรสาร ๐-๒๕๐๗-๕๑๐๕ e-mail :
pwoseu@hotmail.com






รายชื่อคณะกรรมการ



1. นายวิรุฬห์ เพชรคงแก้ว ประธานกรรมการ
2. นายสมคิด เหลืองอ่อน รองประธานกรรมการคนที่ 1
3. นายธวัช โมสิกมาศ รองประธานกรรมการคนที่ 2
4. นายขจิต ธีรวิทยาวุฒิ เลขานุการ
5. นายคมกิจ ขวัญทิพย์ธนสาร ผู้ช่วยเลขานุการ
6. นางสาวบุญญรัตน์ รัตนะ นายทะเบียน
7. นางมัณฑนา อุจจเสน เหรัญญิก
8. นางอัมพร ปิยะธาราธิเบศร์ กรรมการฝ่ายกิจกรรมภายนอก
9. นางนัฏฐวรรณ ภู่ทอง กรรมการฝ่ายรับเรื่องราวร้องเรียน
10. นายณัฐวุฒิ เจี่ยงเพ็ชร์ กรรมการฝ่ายรับเรื่องราวร้องเรียน
11. นายสุรศักดิ์ ปิ่นปั่น ปฏิคม
12. นายจำรัส บุตตะ กรรมการฝ่ายจัดหารายได้
13. นางสาวกุลธิดา ศิริบรรจง กรรมการ


สหภาพฯ อคส. ก่อตั้งตั้งแต่ ปี 2517 คณะกรรมการชุดปัจจุบันได้รับจดทะเบียนจากนายทะเบียนสหภาพเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2550


ปัจจุบัน อคส. มีพนักงานทั้งสิ้น 462 เป็นสมาชิกสหภาพฯ 216 คน คิดเป็นร้อยละ 46.75


ผลงานของคณะกรรมการชุดปัจจุบัน


ภายใน


1. ผลักดันให้มีการเลื่อนต่ำแหน่ง
2. ขยายฐานเงินเดือนจาก 52 ขั้น เป็น 55 ขั้น
3. ปรับเงินเดือนขึ้น 4% ตามมติ ครม.
4. บรรจุลูกจ้างเป็นพนักงานจำนวน 54 คน
5. ค่าครองชีพตามมติ ครม.
6. อยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์
7. ร่วมกับฝ่ายบริหารปรับปรุงระเบียบข้อบังคับ
8. ร่วมปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน
9. เรียกร้องให้ลูกจ้างเหมาบริการได้รับสิทธิมีวันลา 10 วัน ต่อสัญญา


ภายนอก


ร่วมกิจกรรมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส) 43 รัฐวิสาหกิจ


 

 
07/09/2009 | เพิ่มความคิดเห็น | อ่านความคิดเห็น (1315)

กันยายน, 2552
สรุปผลแบบสอบถามความคิดเห็นเพื่อความอยู่รอดของ อคส.
Rating: 48%

สรุปผลแบบสอบถามความคิดเห็นเพื่อความอยู่รอดของ อคส.


จากการที่สหภาพฯ ได้ทำแบบสำรวจความคิดเห็นเพื่อความอยู่รอดของ อคส. ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ 20 พฤษภาคม - 4 มิถุนายน 2551 ปรากฏว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 95 ราย คิดเป็นร้อยละ 16.78 ของพนักงานและลูกจ้างทั้งหมด ผลการตอบแบบสอบถามสรุปได้ดังนี้


1. ข้อมูลผู้ตอบแบบสอบถาม


1.1 เพศ


เพศชาย จำนวน 28 ราย คิดเป็นร้อยละ 29.47


เพศหญิง จำนวน 67 ราย คิดเป็นร้อยละ 70.53



1.2 อายุ


ช่วงอายุ 21-25 ปี ร้อยละ 4.21 ช่วงอายุ 26-30 ปี ร้อยละ 38.95


ช่วงอายุ 31-35 ปี ร้อยละ 13.68 ช่วงอายุ 36-40 ปี ร้อยละ 4.21


ช่วงอายุ 41-45 ปี ร้อยละ 2.11 ช่วงอายุ 46-50 ปี ร้อยละ 8.42


ช่วงอายุ 51-55 ปี ร้อยละ 15.79 ช่วงอายุ 56-60 ปี ร้อยละ 12.36



1.3 สถานภาพ


พนักงาน จำนวน 61 ราย คิดเป็นร้อยละ 64.21 ของผู้ตอบแบบสอบถาม หรือ ร้อยละ 14.52 ของพนักงานทั้งหมด


ลูกจ้าง จำนวน 34 ราย คิดเป็นร้อยละ 35.79 ของผู้ตอบแบบสอบถาม หรือ ร้อยละ 23.29 ของลูกจ้างทั้งหมด



1.4 ทำงานที่ อคส. มากี่ปี


0-5 ปี ร้อยละ 29.47 6-10 ปี ร้อยละ 30.53


11-15 ปี ร้อยละ 3.16 26-30 ปี ร้อยละ 21.05


31-35 ปี ร้อยละ 14.74 36 ปีขึ้นไป ร้อยละ 1.05



ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นพนักงานเพศหญิง อายุระหว่าง 26-30 ปี 51-55 ปี และ 31-35 ปี อายุงานอยู่ระหว่าง 6-10 ปี 0-5 ปี และ 26-30 ปี


สาเหตุที่อายุส่วนใหญ่อยู่ที่ 26-30 ปี และอายุงานอยู่ที่ 0-10 ปี เนื่องจากผู้ตอบแบบสอบถามเป็นลูกจ้างและพนักงานที่บรรจุใหม่เป็นส่วนมาก


2. สถานการณ์ปัจจุบันของ อคส.


2.1 ท่านทราบสถานการณ์ปัจจุบันทางด้านการเงินของ อคส. หรือไม่


ทราบ ร้อยละ 88.42 ไม่ทราบ ร้อยละ 11.58



2.2 ท่านทราบหรือไม่ว่าหากไม่มีรายได้เข้า อคส. จะมีเงินจ่ายเงินเดือนพนักงานถึงประมาณเดือนกันยายน 2551 นี้เท่านั้น


ทราบ ร้อยละ 86.32 ไม่ทราบ ร้อยละ 13.68



2.3 ท่านทราบหรือไม่ว่าหาก อคส. ไม่มีงานโครงการฯ จากรัฐบาล จะสามารถจ้างลูกจ้างได้ถึงเดือนกันยายน 2551 นี้เท่านั้น


ทราบ ร้อยละ 84.21 ไม่ทราบ ร้อยละ 15.79



2.4 ในสถานการณ์ปัจจุบันท่านคิดว่าจะลาออกจาก อคส. หรือไม่


คิดที่จะลาออก ร้อยละ 21.05 เพราะ อคส. ไม่มั่นคง ไม่มีอนาคต ออกไปประกอบอาชีพอื่น


ไม่คิดที่จะลาออก ร้อยละ 74.74 เพราะ รัก อคส. ต้องการช่วย อคส. ให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้


ไม่แสดงความคิดเห็น ร้อยละ 4.21



2.5 หาก อคส. สามารถดำเนินธุรกิจด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพางานนโยบายจากรัฐบาลและทำให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ท่านสนใจและพร้อมที่จะเข้าร่วมดำเนินการหรือไม่


สนใจและพร้อมที่จะเข้าร่วมดำเนินการ ร้อยละ 88.42


สนใจแต่ยังไม่พร้อม ร้อยละ 7.37 เพราะ ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าจะดำเนินอะไร อย่างไร


ไม่สนใจ ร้อยละ 4.21



2.6 หากจะเริ่มดำเนินการตามข้อ 2.5 ท่านเห็นว่าใครควรจะเป็นผู้เริ่มดำเนินการ (สามารถตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)


ลูกจ้าง ร้อยละ 29.47 พนักงาน ร้อยละ 49.47


ผู้บริหาร ร้อยละ 84.21 สหภาพ ร้อยละ 62.11



2.7 ขณะนี้ท่านมีกำลังใจที่จะปฏิบัติงานเพื่อ อคส. อยู่หรือไม่


มีกำลังใจ ร้อยละ 68 ซึ่งพนักงานตอบว่ามีกำลังใจร้อยละ 90.16 ส่วนลูกจ้างตอบว่ามีกำลังใจร้อยละ 44.15


ไม่มีกำลังใจ ร้อยละ 26.31 ซึ่งพนักงานตอบว่าไม่มีกำลังใจร้อยละ 9.84 ส่วนลูกจ้างตอบว่าไม่มีกำลังใจร้อยละ 55.88


ไม่แสดงความเห็นร้อยละ 2.11



2.8 ท่านคิดว่า อคส. เราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้หรือไม่


ได้ ร้อยละ 87.37 ไม่ได้ ร้อยละ 4.21


ไม่แสดงความคิดเห็นร้อยละ 8.42



ส่วนใหญ่ทราบสถานการณ์ทางการเงินของ อคส. และทราบว่าหาก อคส. ไม่มีรายได้และไม่มีงานนโยบายจากรัฐบาลจะมีเงินเดือนจ่ายพนักงานและจ้างลูกจ้างได้ถึงแค่เดือน กันยายน 2551 นี้เท่านั้น


ส่วนใหญ่ยังไม่มีความคิดที่จะลาออกจาก อคส. เพราะ รัก อคส. และอยากจะช่วยให้ อคส. ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปให้ได้ และหาก อคส. สามารถดำเนินธุรกิจด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพางานนโยบายจากรัฐบาลและทำให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ส่วนใหญ่สนใจและพร้อมที่จะเข้าร่วมดำเนินการ


การดำเนินธุรกิจด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพางานนโยบายจากรัฐบาลและทำให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ส่วนใหญ่เห็นว่าผู้บริหารควรจะเป็นผู้เริ่มดำเนินการ


 


และขณะนี้ส่วนใหญ่มีกำลังใจที่จะปฏิบัติงานเพื่อ อคส. และเชื่อว่า อคส. จะผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ แต่ลูกจ้างส่วนใหญ่ไม่มีกำลังใจที่ปฏิบัติงาน เนื่อง จากไม่ทราบว่าหลังจากเดือนกันยายน 2551 แล้ว อคส. มีนโยบายอย่างไรกับลูกจ้างต่อไป


3. แนวคิดเห็นในการหารายได้เพื่อความอยู่รอดของ อคส.


1. การจำหน่ายข้าวสาร แบ่งได้เป็น


1.1 การจัดทำข้าวสารถุง ตรา อคส. ออกจำหน่าย โดยเพิ่มผลิตภัณฑ์นอกเหนือจากข้าวหอมมะลิแล้ว ควรผลิตข้าวขาว เพิ่มเติม หรือ นำข้าวหลายๆชนิดมาผสมกันเพื่อลดต้นทุน และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายนอกเหนือจากร้านค้าสวัสดิการแล้วควรกระจายไปตามชุมชน ร้านค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ ห้างค้าปลีกขนาดใหม่


1.2 ซื้อข้าวสารเข้าเก็บในสต็อคบัญชี อคส. เอง และขายให้กับหน่วยงานราชการ สถานศึกษา เป็นกระสอบ


ทั้งนี้ อคส. จะต้องควบคุมคุณภาพให้สม่ำเสมออยู่ตลอดเวลา และจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช้ว่าทำครั้งแรกได้ผลดี แต่พอครั้งต่อไปปล่อยปะละเลย ไม่สนใจ คุณภาพไม่ต่อเนื่อง และไม่รักษาฐานลูกค้าเอาไว้ และออกไปหาลูกค้าเชิงรุกไม่ใช่นั่งอยู่แต่ในสำนักงานรอให้ลูกค้าเข้ามาหาเราเอง


2. ทำข้าวเรือนจำเหมือนเดิม


3. บริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่ คลัง 1 ธบ คลัง 2 รณ. คลังต่างจังหวัด ห้องเย็น ท่าเทียบเรือ พื้นที่ว่างที่ต่างจังหวัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำงานเชิงรุกเจาะกลุ่มเป้าหมายมีหน่วยหาลูกค้านำข้อมูลสินทรัพย์ที่เรามีอยู่ไปนำเสนอตามกลุ่มเป้าหมาย


4. เปิดร้านค้าปลีกเหมือนร้านสะดวกซื้อตามชุมชนต่างๆ


5. ดำเนินธุรกิจสินค้าเกษตรซื้อมาขายไป


6. ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร ตรา อคส.


7. ปรับปรุงร้านค้าสวัสดิการ อคส. ให้มีสินค้ามาจำหน่ายให้มากกว่าปัจจุบัน มีบริการอย่างอื่นเสริม เช่น ไปรษณีย์เอกชน


8. เปิดสปา


9. ทำตลาดแบบตลาด อ.ต.ก.


4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ


1. ผู้บริหารควรจัดให้มีการประชุมชี้แจงประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจให้พนักงานลูกจ้างรับทราบสถานการณ์ ความเป็นไปของ อคส. ในขณะนี้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจต่อไป


2. ผู้บริหารขณะนี้มีนโยบายในการหารายได้อย่างไร และจะสามารถทำให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนเมื่อไหร่


3. การดำเนินการเรื่องลูกจ้างหลังจากเดือน ก.ย. 51 จะดำเนินการอย่างไร


4. ควรจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์


5. ผู้บริหารต้องเปิดใจกว้างกล้ายอมรับความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่นและยอมรับความเป็นจริง


6. การจัดอบรมสัมมนาแต่ละครั้งไม่เคยเห็นนำมาปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรม


7. ควรปรับเปลี่ยนโครงสร้าง อคส. เนื่องจากปัจจุบันมีการทำงานซับซ้อน มีขั้นตอน เอกสารมาก การมอบหมายอำนาจหน้าที่ควรกระจายไปสู่ผู้บริหารทุกระดับไม่ใช่กระจุกอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เพราะเมื่อผู้บริหารติดประชุมก็ไม่สามารถเซ็นงานได้ทำให้งานล่าช้า


8. การจ้างลูกจ้างเพิ่มเติม ในขณะนี้ไม่ควรจ้างเพิ่ม และควรใช้ลูกจ้างที่มีอยู่ให้เต็มประสิทธิภาพ ในอนาคตการจ้างลูกจ้างควรกำหนดคุณสมบัติให้ชัดเจน วุฒิอะไร เกรดเฉลี่ยขั้นต่ำเท่าไร ฯลฯ ไม่ใช่รับแต่เด็กเส้น ไม่จำกัดวุฒิ ไม่จำกัดเกรดเฉลี่ย พอเข้ามาก็ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ เมื่อเรากำหนดคุณสมบัติเรียบร้อยแล้วถ้ามีการฝากเด็กเข้ามาไม่ตรงตามคุณสมบัติเราก็จะปฏิเสธได้โดยไม่มีผลกระทบอะไรกับเรา แต่ถ้าเราไม่มีคุณสมบัติเราก็จะปฏิเสธไม่ได้


9. ใช้บุคลากรให้คุ้มค่า กระจายงานอย่างทั่วถึงไม่ให้หนักไปที่คนใดคนหนึ่งหรือว่างงาน การมอบหมายงานให้พนักงานปฏิบัติงานควรกระจายงานให้ทำอย่างทั่วถึง ถ้าพนักงานคนใดไม่ปฏิบัติงานตามคำสั่งขอให้ผู้บริหารลงโทษอย่างจริงจัง ไม่ใช้ให้ทำอะไรก็ไม่ทำแต่ไม่มีการลงโทษ


10. การเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ควรประเมินจากผลงานอย่างแท้จริง เป็นธรรม ไม่มีการเล่นพรรคเล่นพวก การประเมินผลงานควรประเมินแบบ 360 องศา


11. สร้างจิตสำนึกรัก อคส. สร้างจริยธรรม คุณธรรม ความซื่อสัตย์ ในการทำงาน ทุ่มเทให้อคส. ขอให้พนักงานลูกจ้างทุกคนเสียสละให้ อคส. อย่าเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว รู้รักสามัคคี


12. ควรนำระบบสารสนเทศมาใช้แทนระบบเอกสารให้เร็วที่สุด เพื่อลดขั้นตอนและปริมาณเอกสาร


13. ช่วยกันลดภาระค่าใช้จ่ายของ อคส. ทุกวิถีทาง


14. ให้ อคส. กลับไปดำเนินธุรกิจเหมือนเมื่อก่อนซึ่งสามารถเลี้ยง อคส. ให้อยู่รอดได้และมีโบนัสด้วย


15. เร่งปิดบัญชี ค


สรุปผลแบบสอบถามความคิดเห็นเพื่อความอยู่รอดของ อคส.


จากการที่สหภาพฯ ได้ทำแบบสำรวจความคิดเห็นเพื่อความอยู่รอดของ อคส. ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ 20 พฤษภาคม - 4 มิถุนายน 2551 ปรากฏว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 95 ราย คิดเป็นร้อยละ 16.78 ของพนักงานและลูกจ้างทั้งหมด ผลการตอบแบบสอบถามสรุปได้ดังนี้


1. ข้อมูลผู้ตอบแบบสอบถาม


1.1 เพศ


เพศชาย จำนวน 28 ราย คิดเป็นร้อยละ 29.47


เพศหญิง จำนวน 67 ราย คิดเป็นร้อยละ 70.53


1.2 อายุ


ช่วงอายุ 21-25 ปี ร้อยละ 4.21 ช่วงอายุ 26-30 ปี ร้อยละ 38.95


ช่วงอายุ 31-35 ปี ร้อยละ 13.68 ช่วงอายุ 36-40 ปี ร้อยละ 4.21


ช่วงอายุ 41-45 ปี ร้อยละ 2.11 ช่วงอายุ 46-50 ปี ร้อยละ 8.42


ช่วงอายุ 51-55 ปี ร้อยละ 15.79 ช่วงอายุ 56-60 ปี ร้อยละ 12.36


1.3 สถานภาพ


พนักงาน จำนวน 61 ราย คิดเป็นร้อยละ 64.21 ของผู้ตอบแบบสอบถาม หรือ ร้อยละ 14.52 ของพนักงานทั้งหมด


ลูกจ้าง จำนวน 34 ราย คิดเป็นร้อยละ 35.79 ของผู้ตอบแบบสอบถาม หรือ ร้อยละ 23.29 ของลูกจ้างทั้งหมด


1.4 ทำงานที่ อคส. มากี่ปี


0-5 ปี ร้อยละ 29.47 6-10 ปี ร้อยละ 30.53


11-15 ปี ร้อยละ 3.16 26-30 ปี ร้อยละ 21.05


31-35 ปี ร้อยละ 14.74 36 ปีขึ้นไป ร้อยละ 1.05


ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นพนักงานเพศหญิง อายุระหว่าง 26-30 ปี 51-55 ปี และ 31-35 ปี อายุงานอยู่ระหว่าง 6-10 ปี 0-5 ปี และ 26-30 ปี


สาเหตุที่อายุส่วนใหญ่อยู่ที่ 26-30 ปี และอายุงานอยู่ที่ 0-10 ปี เนื่องจากผู้ตอบแบบสอบถามเป็นลูกจ้างและพนักงานที่บรรจุใหม่เป็นส่วนมาก


2. สถานการณ์ปัจจุบันของ อคส.


2.1 ท่านทราบสถานการณ์ปัจจุบันทางด้านการเงินของ อคส. หรือไม่


ทราบ ร้อยละ 88.42 ไม่ทราบ ร้อยละ 11.58


2.2 ท่านทราบหรือไม่ว่าหากไม่มีรายได้เข้า อคส. จะมีเงินจ่ายเงินเดือนพนักงานถึงประมาณเดือนกันยายน 2551 นี้เท่านั้น


ทราบ ร้อยละ 86.32 ไม่ทราบ ร้อยละ 13.68


2.3 ท่านทราบหรือไม่ว่าหาก อคส. ไม่มีงานโครงการฯ จากรัฐบาล จะสามารถจ้างลูกจ้างได้ถึงเดือนกันยายน 2551 นี้เท่านั้น


ทราบ ร้อยละ 84.21 ไม่ทราบ ร้อยละ 15.79


2.4 ในสถานการณ์ปัจจุบันท่านคิดว่าจะลาออกจาก อคส. หรือไม่


คิดที่จะลาออก ร้อยละ 21.05 เพราะ อคส. ไม่มั่นคง ไม่มีอนาคต ออกไปประกอบอาชีพอื่น


ไม่คิดที่จะลาออก ร้อยละ 74.74 เพราะ รัก อคส. ต้องการช่วย อคส. ให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้


ไม่แสดงความคิดเห็น ร้อยละ 4.21


2.5 หาก อคส. สามารถดำเนินธุรกิจด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพางานนโยบายจากรัฐบาลและทำให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ท่านสนใจและพร้อมที่จะเข้าร่วมดำเนินการหรือไม่


สนใจและพร้อมที่จะเข้าร่วมดำเนินการ ร้อยละ 88.42


สนใจแต่ยังไม่พร้อม ร้อยละ 7.37 เพราะ ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าจะดำเนินอะไร อย่างไร


ไม่สนใจ ร้อยละ 4.21


2.6 หากจะเริ่มดำเนินการตามข้อ 2.5 ท่านเห็นว่าใครควรจะเป็นผู้เริ่มดำเนินการ (สามารถตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)


ลูกจ้าง ร้อยละ 29.47 พนักงาน ร้อยละ 49.47


ผู้บริหาร ร้อยละ 84.21 สหภาพ ร้อยละ 62.11


2.7 ขณะนี้ท่านมีกำลังใจที่จะปฏิบัติงานเพื่อ อคส. อยู่หรือไม่


มีกำลังใจ ร้อยละ 68 ซึ่งพนักงานตอบว่ามีกำลังใจร้อยละ 90.16 ส่วนลูกจ้างตอบว่ามีกำลังใจร้อยละ 44.15


ไม่มีกำลังใจ ร้อยละ 26.31 ซึ่งพนักงานตอบว่าไม่มีกำลังใจร้อยละ 9.84 ส่วนลูกจ้างตอบว่าไม่มีกำลังใจร้อยละ 55.88


ไม่แสดงความเห็นร้อยละ 2.11


2.8 ท่านคิดว่า อคส. เราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้หรือไม่


ได้ ร้อยละ 87.37 ไม่ได้ ร้อยละ 4.21


ไม่แสดงความคิดเห็นร้อยละ 8.42


ส่วนใหญ่ทราบสถานการณ์ทางการเงินของ อคส. และทราบว่าหาก อคส. ไม่มีรายได้และไม่มีงานนโยบายจากรัฐบาลจะมีเงินเดือนจ่ายพนักงานและจ้างลูกจ้างได้ถึงแค่เดือน กันยายน 2551 นี้เท่านั้น


ส่วนใหญ่ยังไม่มีความคิดที่จะลาออกจาก อคส. เพราะ รัก อคส. และอยากจะช่วยให้ อคส. ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปให้ได้ และหาก อคส. สามารถดำเนินธุรกิจด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพางานนโยบายจากรัฐบาลและทำให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ส่วนใหญ่สนใจและพร้อมที่จะเข้าร่วมดำเนินการ


การดำเนินธุรกิจด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพางานนโยบายจากรัฐบาลและทำให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ส่วนใหญ่เห็นว่าผู้บริหารควรจะเป็นผู้เริ่มดำเนินการ


และขณะนี้ส่วนใหญ่มีกำลังใจที่จะปฏิบัติงานเพื่อ อคส. และเชื่อว่า อคส. จะผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ แต่ลูกจ้างส่วนใหญ่ไม่มีกำลังใจที่ปฏิบัติงาน เนื่อง จากไม่ทราบว่าหลังจากเดือนกันยายน 2551 แล้ว อคส. มีนโยบายอย่างไรกับลูกจ้างต่อไป


3. แนวคิดเห็นในการหารายได้เพื่อความอยู่รอดของ อคส.


1. การจำหน่ายข้าวสาร แบ่งได้เป็น


1.1 การจัดทำข้าวสารถุง ตรา อคส. ออกจำหน่าย โดยเพิ่มผลิตภัณฑ์นอกเหนือจากข้าวหอมมะลิแล้ว ควรผลิตข้าวขาว เพิ่มเติม หรือ นำข้าวหลายๆชนิดมาผสมกันเพื่อลดต้นทุน และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายนอกเหนือจากร้านค้าสวัสดิการแล้วควรกระจายไปตามชุมชน ร้านค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ ห้างค้าปลีกขนาดใหม่


1.2 ซื้อข้าวสารเข้าเก็บในสต็อคบัญชี อคส. เอง และขายให้กับหน่วยงานราชการ สถานศึกษา เป็นกระสอบ


ทั้งนี้ อคส. จะต้องควบคุมคุณภาพให้สม่ำเสมออยู่ตลอดเวลา และจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช้ว่าทำครั้งแรกได้ผลดี แต่พอครั้งต่อไปปล่อยปะละเลย ไม่สนใจ คุณภาพไม่ต่อเนื่อง และไม่รักษาฐานลูกค้าเอาไว้ และออกไปหาลูกค้าเชิงรุกไม่ใช่นั่งอยู่แต่ในสำนักงานรอให้ลูกค้าเข้ามาหาเราเอง


2. ทำข้าวเรือนจำเหมือนเดิม


3. บริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่ คลัง 1 ธบ คลัง 2 รณ. คลังต่างจังหวัด ห้องเย็น ท่าเทียบเรือ พื้นที่ว่างที่ต่างจังหวัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำงานเชิงรุกเจาะกลุ่มเป้าหมายมีหน่วยหาลูกค้านำข้อมูลสินทรัพย์ที่เรามีอยู่ไปนำเสนอตามกลุ่มเป้าหมาย


4. เปิดร้านค้าปลีกเหมือนร้านสะดวกซื้อตามชุมชนต่างๆ


5. ดำเนินธุรกิจสินค้าเกษตรซื้อมาขายไป


6. ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร ตรา อคส.


7. ปรับปรุงร้านค้าสวัสดิการ อคส. ให้มีสินค้ามาจำหน่ายให้มากกว่าปัจจุบัน มีบริการอย่างอื่นเสริม เช่น ไปรษณีย์เอกชน


8. เปิดสปา


9. ทำตลาดแบบตลาด อ.ต.ก.


4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ


1. ผู้บริหารควรจัดให้มีการประชุมชี้แจงประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจให้พนักงานลูกจ้างรับทราบสถานการณ์ ความเป็นไปของ อคส. ในขณะนี้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจต่อไป


2. ผู้บริหารขณะนี้มีนโยบายในการหารายได้อย่างไร และจะสามารถทำให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนเมื่อไหร่


3. การดำเนินการเรื่องลูกจ้างหลังจากเดือน ก.ย. 51 จะดำเนินการอย่างไร


4. ควรจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์


5. ผู้บริหารต้องเปิดใจกว้างกล้ายอมรับความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่นและยอมรับความเป็นจริง


6. การจัดอบรมสัมมนาแต่ละครั้งไม่เคยเห็นนำมาปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรม


7. ควรปรับเปลี่ยนโครงสร้าง อคส. เนื่องจากปัจจุบันมีการทำงานซับซ้อน มีขั้นตอน เอกสารมาก การมอบหมายอำนาจหน้าที่ควรกระจายไปสู่ผู้บริหารทุกระดับไม่ใช่กระจุกอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เพราะเมื่อผู้บริหารติดประชุมก็ไม่สามารถเซ็นงานได้ทำให้งานล่าช้า


8. การจ้างลูกจ้างเพิ่มเติม ในขณะนี้ไม่ควรจ้างเพิ่ม และควรใช้ลูกจ้างที่มีอยู่ให้เต็มประสิทธิภาพ ในอนาคตการจ้างลูกจ้างควรกำหนดคุณสมบัติให้ชัดเจน วุฒิอะไร เกรดเฉลี่ยขั้นต่ำเท่าไร ฯลฯ ไม่ใช่รับแต่เด็กเส้น ไม่จำกัดวุฒิ ไม่จำกัดเกรดเฉลี่ย พอเข้ามาก็ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ เมื่อเรากำหนดคุณสมบัติเรียบร้อยแล้วถ้ามีการฝากเด็กเข้ามาไม่ตรงตามคุณสมบัติเราก็จะปฏิเสธได้โดยไม่มีผลกระทบอะไรกับเรา แต่ถ้าเราไม่มีคุณสมบัติเราก็จะปฏิเสธไม่ได้


9. ใช้บุคลากรให้คุ้มค่า กระจายงานอย่างทั่วถึงไม่ให้หนักไปที่คนใดคนหนึ่งหรือว่างงาน การมอบหมายงานให้พนักงานปฏิบัติงานควรกระจายงานให้ทำอย่างทั่วถึง ถ้าพนักงานคนใดไม่ปฏิบัติงานตามคำสั่งขอให้ผู้บริหารลงโทษอย่างจริงจัง ไม่ใช้ให้ทำอะไรก็ไม่ทำแต่ไม่มีการลงโทษ


10. การเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ควรประเมินจากผลงานอย่างแท้จริง เป็นธรรม ไม่มีการเล่นพรรคเล่นพวก การประเมินผลงานควรประเมินแบบ 360 องศา


11. สร้างจิตสำนึกรัก อคส. สร้างจริยธรรม คุณธรรม ความซื่อสัตย์ ในการทำงาน ทุ่มเทให้อคส. ขอให้พนักงานลูกจ้างทุกคนเสียสละให้ อคส. อย่าเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว รู้รักสามัคคี


12. ควรนำระบบสารสนเทศมาใช้แทนระบบเอกสารให้เร็วที่สุด เพื่อลดขั้นตอนและปริมาณเอกสาร


13. ช่วยกันลดภาระค่าใช้จ่ายของ อคส. ทุกวิถีทาง


14. ให้ อคส. กลับไปดำเนินธุรกิจเหมือนเมื่อก่อนซึ่งสามารถเลี้ยง อคส. ให้อยู่รอดได้และมีโบนัสด้วย


15. เร่งปิดบัญชี คชก. เก่าๆ ที่ยังค้างอยู่


16. ให้ความสำคัญกับลูกจ้างบ้าง


.....................................................................


 

 
07/09/2009 | เพิ่มความคิดเห็น | อ่านความคิดเห็น (1953)

กันยายน, 2552
แถลงการณ์ฉบับที่ 3 (5 มิ.ย.51)
Rating: 57%



กราบเรียนพี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพรักทั้งประเทศ ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ว่าองค์การคลังสินค้า (อคส.) ไม่สามารถรับจำนำข้าวเปลือกจากพี่น้องเกษตรกรชาวนาได้ นั้น


สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การคลังสินค้าขอกราบเรียนชี้แจงทำความเข้าใจให้พี่น้องประชาชนและพี่น้องเกษตรกรชาวนาได้ทราบโดยทั่วกันว่า


องค์การคลังสินค้า เป็นรัฐวิสาหกิจที่สังกัดกระทรวงพาณิชย์ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งเป็นองค์การที่ดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลตลอดมาและมิได้แสวงหาผลกำไรแต่อย่างใด และได้รับใช้ประเทศชาติบ้านเมืองมายาวนาน สร้างคุณประโยชน์อย่างอเนกอนันต์นานัปการให้แก่สังคมไทยและพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น การแทรกแซงสินค้าเกษตร การนำเข้าและส่งออก รักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง กระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ ลูกเดือย ถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม มะพร้าว กาแฟ ข้าวรักษาระดับราคา ข้าวโอชา ผลไม้ต่างๆ ปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น ฯลฯ


ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย องค์การคลังสินค้ามิเคยออกมานำเสนอผลงานให้สาธารณชนรับรู้รับทราบ ถึงแม้บางครั้งจะตกเป็นจำเลยของสังคมก็ตาม แต่พวกเราชาว อคส. ก็มิได้นำพาเรียกร้องความยุติธรรมต่อสังคมแต่อย่างใดได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานเพื่อสนองคุณแผ่นดินชาติบ้านเมืองรับใช้พี่น้องประชาชนเรื่อยมา เปรียบได้กับการปิดทองหลังพระที่ไม่มีใครรับรู้แต่พวกเราชาว อคส. รับรู้และภาคภูมิใจก็เพียงพอแล้ว


แต่สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่มีข่าวทางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ว่าอคส. ไม่สามารถรับจำนำข้าวเปลือกจากพี่น้องเกษตรกรชาวนาได้ เป็นเรื่องที่สะเทือนใจและเสียใจเป็นอย่างยิ่งของพวกเราชาว อคส. ทั้งที่พวกเรามีประสบการณ์และศักยภาพในการดำเนินการด้านนี้มาอย่างยาวนาน และได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ สติปัญญา ความรู้ความสามารถ อย่างเต็มที่เพื่อเตรียมการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนา แต่เนื่องจากคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ด อคส.) จำนวนหนึ่ง และ ผู้อำนวยการ ได้ลาออกจากตำแหน่งไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ เป็นต้นมา จึงไม่ครบองค์ประชุมทำให้ไม่สามารถดำเนินการเรื่องต่างๆได้ ขณะนี้ได้ล่วงเลยมาเป็นเวลา ๓ เดือนกว่าแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับความสนใจ ดูแล ปล่อยประละเลย ไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า และ สรรหาผู้อำนวยการ แต่อย่างใด ส่งผลให้ อคส. ไม่สามารถช่วยเหลือพื่น้องเกษตรกรชาวนาได้ตามเจตนารมณ์ที่พวกเราชาว อคส. ตั้งใจจะตอบแทนคุณแผ่นดินและดำเนินการตามแผนที่เราได้เตรียมการเอาไว้แล้ว แต่ทางสหภาพฯ ก็มิได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใดและได้นำเสนอเพื่อให้มีการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการองค์การคลังสินค้าและสรรหาผู้อำนวยการตลอดมา


สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การคลังสินค้า ในฐานะตัวแทนพี่น้องชาว อคส. ขอเรียนยืนยันว่าพวกเราชาว อคส. รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งและกราบขออภัยพี่น้องเกษตรกรชาวนาไทยทั่วประเทศที่ อคส. ไม่สามารถรับใช้พี่น้องในครั้งนี้ได้


สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การคลังสินค้าขอกราบเรียนวิงวอนไปยังคณะรัฐบาลได้โปรดเมตตาอนุเคราะห์พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ด อคส.) และสรรหาผู้อำนวยการ เป็นการเร่งด่วน เพื่อที่จะดำเนินการในด้านต่างๆ และสามารถ รับใช้พี่น้องประชาชนชาวไทยจนสุดความสามารถ ต่อไป


แถลง ณ วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๑


สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การคลังสินค้า

 
07/09/2009 | เพิ่มความคิดเห็น | อ่านความคิดเห็น (1322)

กันยายน, 2552
แถลงการณ์ 2
Rating: 60%




เรื่อง มาตรการลดค่าใช้จ่ายอย่างจริงจัง ๓๐ วันทำได้จริง


ราบเรียนพี่น้องชาว อคส. ที่เคารพรักทุกท่าน ตามที่สหภาพ แรงงานฯ อคส. ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ ๑/๒๕๕๑ วิงวอนและร้องขอพี่น้องชาว อคส. ทุกท่านได้โปรดร่วมมือร่วมใจ รวมพลังอันยิ่งใหญ่ด้วยใจรักในเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีแห่ง อคส. ทุมเทแรงกาย แรงใจ สรรพกำลังแลสติปัญญา ความรู้ความสามารถ ในการหารายได้เลี้ยงตัวเองของพวกเรา ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ลบล้างภาพลักษณ์เดิมๆ เสริมสร้างภาพลักษณ์ใหม่ เพื่อนำพา อคส. ของเราไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืน นั้น


หภาพแรงงาฯ อคส. ขอนำเสนอมาตรการลดค่าใช้จ่ายอย่างจริงจัง ๓๐ วันทำได้จริง เพื่อให้พี่น้องได้พิจารณานำไปปฏิบัติ ดังนี้


๑. ลดค่าใช้จ่ายในการส่งโทรสาร(FAX) เปลี่ยนจากการส่งโทรสารไปยังหน่วยงานต่างๆ เช่น คน.จังหวัด พาณิชย์จังหวัด หัวหน้าหน่วย อคส. ฯลฯ เป็นการส่ง e-mail แทน


๒. เปลี่ยนจากการโทรศัพท์ไปยัง คน.จังหวัด พาณิชย์จังหวัดมาเป็นการโทรแบบ Intraphone แทน


๓. นำกระดาษใช้แล้วหน้าเดียวมาใช้ใหม่ (Recycier) เช่น การร่างหนังสือ ร่างบันทึกต่างๆ หรือ พิมพ์เอกสารที่ไม่เป็นทางการ เป็นต้น


๔. ประหยัดไฟฟ้า ดับไฟฟ้า ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ไม่ใช้และไม่จำเป็นต้องใช้


๕. ลด ละ เลิก พฤติกรรมเอาเปรียบ อคส. เช่น มาตอกบัตรตอนเช้าแต่ออกไปทำธุระส่วนตัว กลับเข้ามาตอนบ่ายและอยู่ทำล่วงเวลาตอนเย็น ใช้โทรศัพท์หลวงโทรธุระส่วนตัว เป็นต้น พฤติกรรมเช่นนี้ ลด ละ เลิก และ หยุด เสียเถอะ


๖. เสียสละค่าล่วงเวลา พี่น้องท่านใดได้รับเงินเดือนตั้งแต่ ๔๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไปที่ทำล่วงเวลาขอร้องได้โปรดเสียสละไม่เบิกค่าล่วงเวลา ถึงแม้ว่าเป็นสิทธิที่ท่านจะต้องได้ก็ตาม ขอได้โปรดเสียสละเพื่อต่อลมหายใจของ อคส. ของเรา


ากพี่น้องชาว อคส. ท่านใดมีวิธีการลดค่าใช้จ่ายอื่นใดนอกเหนือจากมาตรการของสหภาพฯ หรือ วิธีการเพิ่มรายได้ให้ อคส. ได้โปรดเมตตาแจ้งสหภาพฯ ที่กรรมการสหภาพฯ ทุกท่าน หรือ e-mail : pwoseu@hotmail.com เพื่อเผยแพร่ให้พี่น้องชาว อคส. ท่านอื่นได้ปฏิบัติตาม


าตรการลดค่าใช้จ่ายอย่างจริงจังที่นำเสนอ ไม่ได้บังคับแต่ขอร้องและวิงวอนพี่น้องที่มีใจรักใน อคส. ขอได้โปรดร่วมมือร่วมใจเสียสละผลประโยชน์ส่วนตัวปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวข้างต้น ถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องร่วมมือร่วมใจทำเพื่อ อคส. ของเรา ลดค่าใช้จ่ายวันนี้ เพื่อเอาไว้เป็นเงินเดือนของพวกเราในวันพรุ่งนี้


แถลง ณ วันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๑


สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การคลังสินค้า

 
07/09/2009 | เพิ่มความคิดเห็น | อ่านความคิดเห็น (1201)

กันยายน, 2552
แถลงการณ์ 1
Rating: 0%





เรื่อง ขอเชิญชวนพี่น้องชาว อคส. ทุกท่านช่วยกันเพื่อ อคส. ของเรา


ราบเรียนพี่น้องชาว อคส. ที่เคารพรักทุกท่าน เป็นที่ทราบกันดีว่าขณะนี้ อคส. ของพวกเราประสพปัญหาต่างๆ นานัปการ ทั้งภายในและภายนอก ที่ลุมเล้า ถาโถมเข้าใส่ ยากที่จะแก้ไขเพียงฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งเท่านั้น หากพวกเราไม่รู้รัก สมัครสมานสามัคคี ร่วมมือร่วมใจให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ก็ยากที่จะฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ให้ผ่านพ้นวิกฤตอันเลวร้ายในครั้งนี้ไปได้ ขณะนี้ อคส. เปรียบเสมือนคนไข้หนักนอนรักษาตัวอยู่ในห้อง ไอ ซี ยู ส่วนเราท่านทั้งหลายเปรียบได้กับ หมอใหญ่ที่คอยฟูมฟักรักษาคนไข้เพื่อให้หายจากโรคร้ายในครั้งนี้ให้ได้ ฉันใดก็ฉันนั้น


หภาพแรงงานฯ อคส. จึงขอวิงวอนและร้องขอด้วยใจ ต่อจิตวิญญาณแห่ง อคส. ที่หยั่งรากลึกหลับไหลอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ พี่น้อง อคส. ทุกท่าน ได้โปรดร่วมมือร่วมใจ รวมพลังอันยิ่งใหญ่ด้วย ใจรักในเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีแห่ง อคส. ทุมเทแรงกาย แรงใจ สรรพกำลัง


แลสติปัญญา ความรู้ความสามารถ ในการหารายได้เลี้ยงตัวเองของพวกเรา ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ลบล้างภาพลักษณ์เดิมๆ เสริมสร้างภาพลักษณ์ใหม่ เพื่อนำพา อคส. ของเราไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืน


าก อคส. ของเราอยู่ได้ พวกเราทุกคนก็อยู่ได้ หาก อคส. ของเราอยู่ไม่ได้ พวกเราจะอยู่ได้อย่างไร วันพรุ่งนี้จะต้องดีกว่าวันนี้หากพวกเราร่วมมือร่วมใจกัน


คส. เปรียบเสมือนบ้านที่ให้ทั้งชีวิต ความรักความอบอุ่น ที่อยู่ที่กิน ทรัพย์สินสิ่งของ ชื่อเสียงเกียรติยศ ทุกสิ่งทุกอย่างแก่เรา ส่วนพวกเราเปรียบเสมือนผู้อยู่อาศัย ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะตอบแทนบุญคุณต่อบ้านหลังนี้ เราทั้งหลายจะต้องรักษาบ้านอันเป็นที่รักและหวงแหนยิ่งหลังนี้ของเราไว้ให้อยู่ยั้งยืนยงสืบต่อไป


หภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การคลังสินค้า จะดำเนินการและให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและรักษาผลประโยชน์ของ อคส. วันนี้เราทำอะไรดีๆ เพื่อ อคส. แล้วหรือยัง



แถลง ณ วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๑


สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การคลังสินค้า


 

 
07/09/2009 | เพิ่มความคิดเห็น | อ่านความคิดเห็น (0)

กันยายน, 2552
เรื่อง การรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต ๒๕๕๑/๕๒
Rating: 40%

เรื่อง การรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต ๒๕๕๑/๕๒


กราบเรียนพี่น้องปวงชนชาวไทยที่เคารพรักทุกท่าน ท่ามกลางความวุ่นวายและความขัดแย้งทางความคิดในสังคมเมืองที่ทุกคนให้ความสนใจ แต่พี่น้องชาวไทยในภูมิภาคอื่นกำลังประสบกับปัญหาอุทกภัย พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายหลายจังหวัด พวกเราชาว อคส. รู้สึกเศร้าสลดและเสียใจกับพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง และขอกราบเรียนว่า อคส. จะอยู่เคียงข้างร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่น้องเกษตรกรในทุกสถานการณ์ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ในวันนี้พวกเราพร้อมที่จะดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต ๒๕๕๑/๕๒ ชาว อคส. ทุกคนยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับใช้พี่น้องชาวไทยอย่างเต็มที่โดยมิได้ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ ที่จะบังเกิดขึ้น พร้อมทั้งขอให้สัญญาว่าเราจะทุ่มเทหยาดเหงื่อ แรงกาย แรงใจ กำลังความรู้ สติปัญญา ความสามารถที่มีอยู่รับใช้พี่น้องเกษตรกร จะปฏิบัติงานด้วยความถูกต้อง ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส แม้ในบ้างครั้งจะตกเป็นจำเลยสังคมหรือเป็นแพะรับบาปก็ตาม ซึ่งเรามิได้หวั่นไหวแต่ประการใด นั้นก็เพราะว่า อคส. เป็นทรัพย์สมบัติของชาติของแผ่นดินและของประชาชนชาวไทย นอกเหนือจากพี่น้องชาวนาแล้วพี่น้องชาวไร่ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด มันสำปะหลัง ฯลฯ พวกเราพร้อมที่จะรับใช้พี่น้องชาวไร่เฉกเช่นพี่น้องชาวนาโดยมิได้แบ่งแยกแต่ประการใด ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานและความพร้อมของพวกเราหวังว่าคงได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลให้ดำเนินการรับใช้พี่น้องเกษตรกรชาวไทยเพื่อบรรเทาทุกข์ของพี่น้องเกษตรกรในเร็ววันนี้


พวกเราชาว อคส. ขอเรียนว่าเรารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง หรือภัยธรรมชาติ และพวกเราชาว อคส. พร้อมที่จะรับใช้พี่น้องปวงชนชาวไทย และดำเนินงานรับจำนำสินค้าเกษตรทุกชนิดเพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่พี่น้องเกษตรกรของพวกเรา


แถลง ณ วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๑


สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การคลังสินค้า

 
03/09/2009 | เพิ่มความคิดเห็น | อ่านความคิดเห็น (1)

กันยายน, 2552
แถลงการณ์สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ อคส.
Rating: 80%
แถลงการณ์สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ อคส.
 
03/09/2009 | เพิ่มความคิดเห็น | อ่านความคิดเห็น (1)

View More
Vote Blog
Rating: 95%
     ดีมาก
     ดี
     ปานกลาง
     น้อย
     น้อยที่สุด

Archives
มิถุนายน, 2553 (1)
เมษายน, 2553 (2)
มกราคม, 2553 (1)
กันยายน, 2552 (8)

Categorys
เกี่ยวกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ
สอบถามความคิดเห็น
สาระน่ารู้ชาวสหภาพ
ข่าวกิจกรรม

Valid HTML 4.01 Transitional